สแลน (ตาข่ายกรองแสง)
สแลนกรองแสง กันแดด ทนลม ทนฝน กรองแสงได้ 50–80% | มีหลายสี หลายขนาด
สแลน หรือ ตาข่ายกรองแสง ผลิตจากพลาสติก HDPE (High Density Polyethylene) พร้อมสารป้องกันรังสียูวีจากแสงแดด
ใช้สำหรับ กรองแสงแดด และ ลดความร้อน ในพื้นที่กลางแจ้ง เช่น โรงเรือนปลูกผัก ลานบ้าน โรงจอดรถ หรือใช้คลุมนั่งร้านในงานก่อสร้าง
สแลน (ตาข่ายกรองแสง) สารบัญ
แสลนมีลายอะไรบ้าง แข็งแรงต่างกันมั๊ย
ตาข่ายกรองแสงที่มีจำหน่ายในท้องตลาด มีด้วยกัน2ลายหลักๆ คือ
- ลายถักไขว้ หรือ สแลน 3 เข็ม
- ลายเส้นตรง หรือ สแลน 1 เข็ม
โดยมักมีความเข้าใจผิดคิดว่าสแลน3เข็ม แข็งแรงกว่าสแลน1เข็ม เพราะคิดว่าเข็มเยอะจะดีกว่าเข็มน้อย
แต่ในความจริง การเรียกว่า 1เข็ม หรือ 3เข็มนั้น เป็นเพียงการอ้างอิงจากจำนวนเข็มของเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตเท่านั้น
แสลน ลายทอตรง (1เข็ม)
แสลน ลายถักไขว้ (3เข็ม)
การประยุกต์ใช้งานสแลน
งานเกษตรกรรม
- คลุมโรงเรือนปลูกผัก ป้องกันแสงแดดที่รุนแรงเกินไป
- คลุมแปลงผักในพื้นที่เปิด เพื่อลดความร้อนและป้องกันฝนแรง
- คลุมไม้ดอก ไม้ประดับ ช่วยให้ต้นไม้เติบโตได้ดีและไม่เหี่ยวเฉา
- ใช้ทำหลังคาเพิงเกษตร หรือพื้นที่เพาะชำ
งานก่อสร้าง
- คลุมนั่งร้าน เพื่อป้องกันฝุ่นละอองกระจายและวัสดุตกหล่น
- ใช้ปิดกั้นพื้นที่อันตรายหรือพื้นที่ห้ามเข้า
- ลดความร้อนจากแสงแดดบริเวณที่พักคนงาน
งานทั่วไปในบ้านและอาคาร
- คลุมโรงจอดรถ กันแดดกันฝน
- คลุมลานซักล้าง ลานตากผ้า ไม่ให้แดดแรงเกินไป
- ติดตั้งเป็นกันสาดชั่วคราวหรือร่มเงาบริเวณระเบียง
- ทำรั้วพรางสายตาในบ้านหรือพื้นที่ส่วนตัว
งานร้านค้าและตลาดสด
- ใช้เป็นหลังคาแผงขายของในตลาดนัด
- คลุมสินค้าป้องกันแสงแดดโดยไม่ทำให้มืดทึบ
- ใช้เป็นฉากกั้นหรือบังแดดภายในร้าน
งานกิจกรรมกลางแจ้งและชั่วคราว
- คลุมพื้นที่กิจกรรม เช่น งานวัด งานออกร้าน งานกีฬา
- ใช้ทำหลังคาเพิงพักชั่วคราวในงานอีเวนต์
- ใช้ในค่ายพักแรมหรือพื้นที่ตั้งแคมป์กลางแจ้ง
แสลนสามารถกันฝนได้มั้ย?
แสลน หรือผ้าตาข่ายกรองแสง ไม่สามารถกันฝนได้ 100% เนื่องจากแสลนมีลักษณะเป็น ตาข่ายที่มีรูโปร่ง ออกแบบมาเพื่อให้แสงและอากาศสามารถลอดผ่านได้ จึงไม่สามารถป้องกันน้ำฝนตกลงมาโดยตรงได้เหมือนวัสดุกันน้ำทั่วไปค่ะ
แล้วแสลนมีประโยชน์อย่างไรเมื่อต้องเจอฝน?
แม้แสลนจะ ไม่กันฝนแบบกันน้ำหยดไม่ให้ผ่านเลย แต่ก็มี ข้อดีในการช่วยลดผลกระทบจากฝน ได้ในบางกรณี เช่น:
-
ช่วยลดแรงกระแทกของเม็ดฝน
- เหมาะกับการปกป้อง พืชใบอ่อน, กล้าไม้, หรือดอกไม้ ที่บอบบาง
แสลนจะช่วยชะลอความเร็วของเม็ดฝน ลดการกระเด็นหรือใบช้ำจากฝนแรง
- เหมาะกับการปกป้อง พืชใบอ่อน, กล้าไม้, หรือดอกไม้ ที่บอบบาง
-
ช่วยเบี่ยงทิศทางน้ำฝน
- เมื่อน้ำฝนตกกระทบแสลน บางส่วนจะกระจายออกด้านข้างทำให้ไม่ตกกระแทกตรงๆ
-
ระบายน้ำได้ดี ไม่สะสม
- ด้วยโครงสร้างแบบตาข่าย น้ำฝนจะไม่ขังบนแสลน เหมือนวัสดุกันน้ำอื่นที่ต้องมีการลาดเอียงหรือระบบระบายน้ำ
-
เมื่อใดที่ “ไม่ควร” ใช้แสลนเป็นวัสดุป้องกันฝน?
- หากต้องการพื้นที่แห้ง 100% เช่น โรงเก็บของ, พื้นที่จัดงาน, ลานค้าขาย
- หรือเมื่อต้องการป้องกัน ของเปียก, เครื่องจักร, เครื่องใช้ไฟฟ้า
ควรเลือกใช้วัสดุที่ “กันน้ำได้จริง” เช่น ผ้าใบพลาสติก แทน
-
ทางเลือกหากต้องการทั้ง “กันแดด” และ “กันฝน”
- ใช้แสลนร่วมกับ ผ้าใบพลาสติก PE: แสลนอยู่ด้านล่างเพื่อพรางแสง, ผ้าใบอยู่ด้านบนเพื่อกันฝน
- ติดตั้งแสลนแบบลาดเอียง เพื่อให้น้ำฝนไหลออกด้านข้าง ไม่กระทบจุดสำคัญโดยตรง“แสลน ช่วยลดผลกระทบจากฝน ได้บางส่วน แต่ ไม่สามารถกันน้ำได้เต็มที่ หากต้องการกันฝนอย่างแท้จริง ควรใช้วัสดุอื่นร่วมด้วยค่ะ”
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับตาข่ายกรองแสง
โดยทั่วไปใช้งานกลางแจ้งได้ 2–5 ปี ขึ้นอยู่กับปริมาณแสงแดด และแรงลมในแต่ละภูมิภาค ….. ดูเพิ่มเติม
สแลนหรือตาข่ายกรองแสง ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กันฝนโดยตรง อย่างไรก็ตามสแลนสามารถช่วยลดแรงฝนสาดได้บางส่วน
ในช่วงฤดูมรสุมหรือฤดูฝน เราจึงควรเลือกใช้สแลนที่มีเปอร์เซ็นต์กรองแสงที่สูงไว้ก่อน เช่น 80% เพราะช่วยกันฝนได้ดีกว่า กันลมได้ดีกว่าสแลนที่เปอร์เซ็นต์ต่ำ
ดังนั้นในช่วงฤดูมรสุมหรือฤดูฝน จึงมักนิยมใช้สแลนสีเงินกัน เพราะเมื่อเทียบเปอร์เซ็นต์กรองแสงที่เท่ากันแล้วสแลนทุกสีจะกันลมกันฝนได้ไม่ต่างกัน แต่ในช่วงนี้แสงแดดมักจะน้อย การใช้สแลนสีเงินจะช่วยให้แสงทะลุผ่านมายังพืชที่อยู่ใต้สแลนได้ดีกว่าสแลนสีอื่น โดยเฉพาะสีดำ
แสลนสีดำ เหมาะกับพืชส่วนใหญ่ที่ต้องการร่มเงา ช่วยกรองแสงแดดได้ดีที่สุด
แสลนสีเขียว เหมาะกับการเจริญเติบโตของพืช โดยเฉพาะพืชที่ต้องการให้ลำต้นยาวหรือมีการแตกกิ่งก้านสาขา
แสลนสีเงิน เหมาะกับพืชที่ชอบอุณภูมิต่ำ แต่ต้องการแสงมาก
แสลนสีฟ้า เหมาะกับการเจริญเติบโตของพืชในระยะเริ่มต้นและพืชที่ต้องการใบเขียว พืชกินใบ
























