แสลนกรองแสงมีกี่เปอร์เซ็นต์
แต่ละแบบต่างกันอย่างไร?
ตาข่ายกรองแสง หรือ แสลน มีค่าการกรองแสงให้เลือกถึง 4 ระดับ โดยจะวัดเป็น “เปอร์เซ็นต์” (%) ซึ่งหมายถึงความสามารถในการบังแสงหรือกรองแสงไม่ให้ส่องผ่านเข้ามาโดยตรง เช่น แสลนกรองแสง 80% = สามารถกรองแสงได้ 80% หรือแสงผ่านเข้ามาเพียง 20% และนอกจากนี้ % การกรองแสงแล้ว สแลนยังมี ลายให้เลือก คือ1. ลายทอตรง 2.ลายถักไขว้
ระดับการกรองแสงของสแลนที่มีให้เลือก
โดยทั่วไป สแลนจะมีค่าการกรองแสง ตั้งแต่ 50% , 60% , 70% , 80%
ตารางความแตกต่างของสแลนแต่ละเปอร์เซ็นต์%
ระดับการกรองแสง
ความสะหว่างที่เหลือ
เหมาะสำหรับ
50%
แสงผ่าน 50 %
พืชที่ต้องการแดดจัด เช่น มะเขือเทศ / ถั่วฝักยาว
60%
แสงผ่าน 60 %
พืชที่ชอบแดดกลาง เช่น พริก / แตงกวา
70%
แสงผ่าน 70 %
กล้าไม้ / ไม้ประดับทั่วไป
80%
แสงผ่าน 80 %
พืชใบกว้าง / กล้วยไม้
“ยิ่งเปอร์เซ็นต์สูง = แสงผ่านได้น้อย = บังแดดได้มาก แต่ไม่ควรใช้เปอร์เซ็นต์สูงเกินไปกับพืชที่ต้องการแสง เพราะจะทำให้พืชโตช้า”
ค่าการกรองแสง 50 %
ค่าการกรองแสง 60 %
ค่าการกรองแสง 70 %
ค่าการกรองแสง 80 %
นอกจากค่าการกรองแสงแล้ว
แสลนยังมีลายให้เลือกอีกด้วย!!
หลังจากเลือกเปอร์เซ็นต์การกรองแสงที่เหมาะกับงานแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “ลายของสแลน” เพราะลวดลายแต่ละแบบ เช่น ลายทอตรง หรือ ลายถักไขว้ จะมีผลต่อความแข็งแรง การระบายลม และอายุการใช้งานของสแลนโดยตรง ทำให้การเลือก “ลายที่เหมาะสม” ช่วยให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในงานที่ต้องการ
ทำความรู้จักสแลนแต่ละแบบ
โดยทั่วไปตาข่ายกรองแสงที่มีจำหน่ายในท้องตลาด มีด้วยกัน2ลายหลักๆ คือ
-
สแลน 1 เข็ม (ลายเส้นตรง)
- คือ สแลนที่ทอด้วยเส้นด้ายเป็นแนวตั้ง–แนวนอน ไม่ไขว้กัน โครงสร้างจึงเป็นลาย “เส้นตรง” ดูเรียบ เนื้อแน่นน้อยกว่าเล็กน้อย
-
สแลน 3 เข็ม (ลายถักไขว้)
- คือ สแลนที่ทอด้วยเครื่องจักรแบบ “ถักสานเส้นด้ายไขว้กัน” ลักษณะลายจะดูเป็น “ตาข่ายทแยง” มีมิติ และยืดหยุ่นมากกว่า
ลายเส้นตรง (แสลน1เข็ม)
ลายถักไขว้ (สแลน 3 เข็ม)
สามารถเปรียบเทียบความแตกต่างได้แบบเข้าใจง่าย ด้วยตารางด้านล่างนี้
คุณสมบัติ
ลายทอตรง (1เข็ม)
ลายถักไขว้ (3เข็ม)
รูปแบบลาย
ทอเป็นเส้นแนวตรง – แนวนอน เนื้อเรียบสม่ำเสมอ
ถักสานไขว้เป็นลายทะแยง ให้สัมผัสแน่นและยืดหยุ่น
ความยืดหยุ่น
โครงสร้างแน่น ใช้งานได้นาน
ยืดหยุ่นสูง รองรับแรงลมและแรงดึงได้ดี
การระบาลลม
ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับสภาพอากาศร้อน
ระบายอากาศได้ดี ช่วยลดแรงลมขณะติดตั้ง
การใช้งานทั่วไป
ใช้ในงานเกษตรทั่วไป โรงเรือนเพาะปลูก หรือคลุมบังแดด (แนะนำควรเลือกใช้ที่มีค่าการกรองแสง 80% )
ใช้คลุมกันแดดในบ้าน อาคาร หรือคลังสินค้า (แนะนำให้ใช้สแลนที่มีค่าการกรองแสง 80% )
หลายคนอาจเกิดคำถาม
ในเมื่อสแลนทั้งสองลายมีคุณสมบัติที่ไม่ต่างกันมาก แล้วจะเลือกใช้แบบไหนดี?
จริง ๆ แล้ว แต่ละลายมีจุดเด่นเฉพาะตัวที่แตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและพื้นที่ติดตั้ง
- ถ้าต้องการแสลนที่ติดตั้งง่าย ใช้งานทั่วไป → แนะนำเลือก ลายทอตรง (1 เข็ม)
- ถ้าต้องการแสลนที่ทนแดด ลมแรง หรือใช้งานระยะยาว → แนะนำเลือก ลายถักไขว้ (3 เข็ม)
เคล็ดลับในการเลือกแสลนให้เหมาะกับการใช้งาน
- ถ้าใช้ใน งานเกษตร: เลือกตามความต้องการแสงของพืช
- ถ้าใช้ใน งานก่อสร้างหรือบังแดดคน: ควรเลือก 70-80% เพื่อกันความร้อน
- ถ้าใช้ คลุมพื้นที่กว้างนอกอาคาร: 70–80% จะช่วยลดรังสี UV ได้ดี
นอกจากเปอร์เซ็นต์แล้ว “สีของแสลน” ก็มีผลต่อการกรองแสงเช่นกัน
สรุป
- แสลนกรองแสงมีให้เลือกหลายเปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ 50%–80% โดยยิ่งเปอร์เซ็นต์สูง ยิ่งช่วยบังแดดได้มาก แต่แสงจะผ่านน้อยลง
- มีลายให้เลือกทั้งแบบ 1 เข็ม (ลายเส้นตรง) และ 3 เข็ม (ลายถักไขว้) ซึ่งแตกต่างกันที่ความแน่น ความยืดหยุ่น และความทนทาน
แนะนำ: สแลนกรองแสง SAFARI มีให้เลือกครบทุกรุ่น ตั้งแต่ 50 – 80% และทั้งแบบ 1 เข็ม และ 3 เข็ม แข็งแรง ทนแดด ใช้งานได้ทั้งงานเกษตรและงานบังแดดทั่วไป คลิกดูสินค้าแสลน SAFARI ได้ที่นี่
